อุณหภูมิเศรษฐกิจ

Economics

A+ A A-

คนกทม.มีแผนท่องเที่ยวในไทย75.4%

Rate this item
(0 votes)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยผลสำรวจชี้”โค้งสุดท้ายปี 2560 คนกรุงเทพฯ มีแผนท่องเที่ยวในไทยร้อยละ 75.4  แนะปรับกลยุทธ์นำเทคโนโลยีสร้างสีสันการตลาดท่องเที่ยว 4.0” 

 

 

          ประเด็นสำคัญ        

          Oศูนย์วิจัยกสิกรไทย จัดทำการสำรวจพฤติกรรมคนกรุงเทพฯ เดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 พบว่า คนกรุงเทพฯ มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 75.4 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ยังคงเป็น จ.เชียงใหม่

          oการท่องเที่ยวยุค 4.0 สื่อออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างมากที่สุด คือ Facebook เป็นช่องทางที่ทำให้นักท่องเที่ยวไทยรับรู้ข่าวสารข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ รวมถึงเป็นช่องทางที่นักท่องเที่ยวนิยมที่จะแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวมากที่สุด

          Oจากเทคโนโลยีสื่อสารที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยในยุคนี้ ทำให้วิถีการทำตลาดของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวต้องปรับกลยุทธ์ตามด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น QR code ด้วยการเชื่อมต่อกับคลิปวิดีโอ หรือเว็บไซต์ของผู้ประกอบการธุรกิจ หรือการนำเทคโนโลยี Augmented Reality หรือ AR เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ความตื่นเต้น เร้าใจในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการหรือซื้อสินค้าในสถานที่ของตน นอกจากนี้ ช่องทางการทำตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีงบประมาณจำกัดสามารถเข้ามาทำตลาดได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

          Oศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากผลสำรวจที่สะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า กอปรกับบรรยากาศในประเทศ รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว น่าจะเป็นแรงบวกที่ดีต่อทิศทางการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 นี้ การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯ น่าจะก่อให้เกิดรายได้แก่การท่องเที่ยวในประเทศเป็นมูลค่า  46,450 ล้านบาท หรือขยายตัวประมาณร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

          จากผลสำรวจ พบว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 คนกรุงเทพฯ มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 75.4 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด (เป็นท่องเที่ยวที่พักค้างคืน) ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่ตอบว่าไม่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 24.6 ของจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมด โดยกลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวได้ให้เหตุผลประกอบ อาทิ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะยังไม่ตัดสินใจและอาจจะไปเที่ยวแต่คงเป็นปลายทางระยะใกล้ นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งจะหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวจะมีผู้คนหนาแน่น เป็นต้น

          สำหรับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่คนกรุงเทพฯ เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 นี้ พบว่า กลุ่มตัวอย่างเลือกเดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 33.5 รองลงมา คือ ภาคตะวันออก คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.8 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.9 ของกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ที่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่เมื่อพิจารณาเมืองท่องเที่ยวที่กลุ่มตัวอย่างเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ ซึ่งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ ขณะที่รองลงมา คือ ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงราย และภูเก็ต

          ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สอบถามถึงอิทธิพลของสื่อออนไลน์ที่มีต่อการท่องเที่ยวในกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯที่มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 พบว่า Facebook เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างมากที่สุด รองลงมา คือ Instagram ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่าง มองว่า สื่อสังคมออนไลน์ทำให้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวและเข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวได้มากขึ้น นอกจากนี้ การลงรูปภาพและการทำโฆษณาของสถานที่ท่องเที่ยวบนสื่อออนไลน์ยังมีอิทธิพลให้เกิดความอยากไปสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ อีกทั้งยังทำให้เข้าถึงข้อมูลการตลาดของผู้ประกอบการ เช่น การทำโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ เป็นต้น

          และเมื่อสอบถามกลุ่มตัวอย่างถึงการแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวผ่านสังคมออนไลน์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 77.0 ตอบว่ามีการแชร์รูปท่องเที่ยวในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวผ่านสังคมออนไลน์ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 23.0 ตอบว่าไม่แชร์รูปท่องเที่ยวในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวผ่านสังคมออนไลน์ โดยสื่อสังคมออนไลน์ที่กลุ่มตัวอย่างนิยมแชร์ภาพการเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุด คือ Facebook รองลงมา คือ การแชร์ภาพผ่าน Instagram

          จากการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวและการใช้จ่ายระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯ พบว่า

          -ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2560 คนกรุงเทพฯ ที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 ครั้ง (ทริป) โดยมีจำนวนวันพักค้างเฉลี่ยต่อทริป 2 คืน และเดินทางท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณทริปละ 4 คน

          -การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนกรุงเทพฯ กว่าร้อยละ 55.1 เดินทางโดยรถส่วนตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเดินทางระยะใกล้ เช่น ชลบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์และนครราชสีมา เป็นต้น อย่างไรก็ดี กลุ่มตัวอย่างที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลอย่างการเดินทางไปท่องเที่ยวยังเมืองท่องเที่ยวทางภาคเหนือตอนบนที่เดินทางโดยรถส่วนตัว จะมีการแวะเดินทางท่องเที่ยวระหว่างทางเช่นกัน

          ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 31.6 เลือกโดยสารเครื่องบินและเช่ารถยนต์เมื่อเดินทางถึงเมืองท่องเที่ยว โดยจังหวัดที่กลุ่มตัวอย่าง เดินทางโดยสายการบินและเช่ารถยนต์เมื่อเดินทางถึงเมืองท่องเที่ยวมากที่สุด คือ เชียงใหม่ (กลุ่มตัวอย่างที่เดินทางไปท่องเที่ยวเชียงใหม่ ที่โดยสารเครื่องบินและมีการเช่ารถยนต์คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 64.4 ของกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯที่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวเชียงใหม่) เชียงราย แม่ฮ่องสอน ภูเก็ต และกระบี่ เป็นต้น เป็นที่น่าสังเกตว่าปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทย มีการเช่ารถยนต์เพื่อขับท่องเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการอาจจะต้องเตรียมแผนรองรับเพื่อป้องกันปัญหารถเช่าขาดตลาดในเมืองท่องเที่ยวที่มีความต้องการสูงอย่างเชียงใหม่ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้

          กลุ่มตัวอย่างจะมีการซื้อของฝากในพื้นที่ที่เดินทางท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 86.2 และกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ซื้อของฝากคิดเป็นร้อยละ 13.8 ของกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศทั้งหมด โดยสินค้าที่กลุ่มตัวอย่างนิยมในการซื้อฝากส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทของทาน เช่นอาหาร และขนม เป็นต้น สำหรับร้านค้าที่นักท่องเที่ยวเลือกซื้อของฝากผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า จะเลือกซื้อร้านขนมหรืออาหารมีรสชาติดี รองลงมา คือ ชื้อร้านที่มีชื่อเสียง เป็นต้น สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนของการซื้อของฝากเฉลี่ยอยู่ประมาณ 930 บาทต่อคนต่อทริป สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท้องถิ่นในเมืองท่องเที่ยวอาจจะหันมาใช้เครื่องมือการตลาดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้เป็นประโยชน์มากขึ้นในการประชาสัมพันธ์สินค้าของชุมชน อาทิ การจัดสร้างกลุ่มบนเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการต้องมีความะมัดระวังในการควบคุมคุณภาพของสินค้าและบริการ เนื่องจากหากเกิดข้อผิดพลาดเครือข่ายสังคมออนไลน์จะสามารถกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว

          รูปแบบที่พักที่คนกรุงเทพฯ เลือกพักในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ พบว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะเลือกพักโรงแรมและรีสอร์ท นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังเลือกที่พักในรูปแบบอื่นๆ เช่น พักโฮมสเตย์ ที่พักอุทยาน และเต็นท์ สำหรับการสำรองที่พักของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า กลุ่มตัวอย่างประมาณร้อยละ 60.0 ยังสำรองโดยตรงกับทางโรงแรม/ที่พัก (โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะสำรองผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมและที่พัก และบางส่วนโทรจอง) ขณะที่กลุ่มตัวอย่างประมาณร้อยละ 40.0 สำรองผ่านออนไลน์แทรเวลเอเจนซี่ ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่สำรองที่พักผ่านออนไลน์แทรเวลเอเจนซี่ เนื่องจากมองว่า ราคาน่าสนใจ มีโปรโมชั่นหลากหลาย และสะดวกในการจองผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ปัจจุบัน ช่องทางการทำตลาดธุรกิจโรงแรมและที่พักที่หลากหลายขึ้น ทั้งการทำตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook หรือ Instagram การเข้ามาของออนไลน์แทรเวลเอเจนซี่ (OTA) และธุรกิจ Airbnb ซึ่งช่องทางเหล่านี้ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กเข้ามาทำตลาดได้ง่ายขึ้น อีกนัยหนึ่ง คือ เกิดการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและที่พักเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

          ค่าใช้จ่ายกลุ่มตัวอย่างคนกรุงเทพฯ ที่มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6,450 บาทต่อคนต่อทริป อย่างไรก็ดี ในกลุ่มตัวอย่างที่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยเครื่องบินและการเช่ารถยนต์เพื่อการเดินทางในเมืองท่องเที่ยวจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

          โดยสรุป จากผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯ ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 ที่สะท้อนให้เห็นว่าคนกรุงเทพฯ มีแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า กอปรกับบรรยากาศในประเทศที่เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงสภาพภูมิอากาศที่น่าจะเป็นแรงบวกที่ดีต่อการเดินทางท่องเที่ยวของคนกรุงเทพฯ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 นี้ การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนกรุงเทพฯ น่าจะก่อให้เกิดรายได้แก่การท่องเที่ยวในประเทศเป็นมูลค่า  46,450 ล้านบาท หรือขยายตัวประมาณร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี แม้การท่องเที่ยวในประเทศจะยังมีแนวโน้มที่เติบโตดี แต่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวมีการแข่งขันที่รุนแรง จากการเกิดขึ้นของธุรกิจใหม่ๆ ในพื้นที่ และการกระจายตัวของการท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจคงจะต้องปรับตัวรองรับกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปอย่างการนำเทคโนโลยีมามาช่วยเป็นเครื่องมือในการทำตลาด เป็นต้น

Last modified on
ทรงเกียรติ ชาติวัฒนานนท์

สื่อมวลชนและนักจัดรายการวิทยุด้านเศรษฐกิจที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงข่าวเศรษฐกิจ เป็นเวลานาน จะมารายงานและวิเคราะห์สถานะการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านทางเว็บไซต์และรายการวิทยุ "อุณหภูมิเศรษฐกิจ" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-9.00 น. สถานีวิทยุ FM102

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated.Basic HTML code is allowed.

Thailand Stock Index

ข้อมูลล่าช้า 15 นาที 18/10/2561 เวลา 17:14:06
  ปริมาณ (สัญญา) สถานะคงค้าง*
รวมทั้งตลาด 267,732 2,974,813
Futures 265,339 2,940,755
SET50 Index 147,355 298,854
Sector Index - -
Single Stock 106,060 2,566,472
Precious Metal 9,564 53,252
- GF10 9,134 49,137
- GF50 430 4,115
Deferred Precious Metal 11 364
- GOLD-D 11 364
Currency 2,057 21,599
Interest Rate - -
Agriculture 292 214
Options 2,393 34,058
SET50 Index (Call) 1,425 16,615
SET50 Index (Put) 968 17,443
Put/Call 0.68 1.05
* Day Session: สถานะคงค้าง ณ Night Session ของวันก่อนหน้า
   Night Session: สถานะคงค้าง ณ Afternoon Session ของวันปัจจุบัน
SET50 Index Futures
S50V18 1,107.00 -3.20
S50X18 1,106.70 -7.30
S50Z18 1,107.80 -3.20
S50H19 1,105.50 -3.30
S50M19 1,102.10 -3.10
S50U19 1,099.20 -3.00
สถานะคงค้างณ วันที่ 298,854
ปริมาณ (สัญญา) 147,355
สรุปมูลค่าการซื้อขายสิ้นวัน
All Futures
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 143,672 132,722 +10,950
ต่างชาติ 40,631 37,836 +2,795
ในประเทศ 177,963 191,708 -13,745
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
SET50 Index
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 27,463 24,826 +2,637
ต่างชาติ 30,004 28,169 +1,835
ในประเทศ 67,105 71,577 -4,472
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Sector Index
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Single Stock
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 106,616 97,384 +9,232
ต่างชาติ 9,435 6,175 +3,260
ในประเทศ 97,603 110,095 -12,492
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Precious Metal
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 7,842 8,490 -648
ต่างชาติ 1,165 3,465 -2,300
ในประเทศ 11,235 8,287 +2,948
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Deferred Precious Metal
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 7 20 -13
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 25 12 +13
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Currency
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 1,322 1,580 -258
ต่างชาติ 27 27 -
ในประเทศ 1,995 1,737 +258
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Interest Rate
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Agriculture
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 422 422 -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Call
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 194 66 +128
ต่างชาติ 1 - +1
ในประเทศ 1,657 1,786 -129
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Put
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 167 122 +45
ต่างชาติ 1 6 -5
ในประเทศ 1,211 1,251 -40
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ

ข้อมูลล่าช้า 15 นาที 18/10/2561 เวลา 17:14:06
  ปริมาณ (สัญญา) สถานะคงค้าง*
รวมทั้งตลาด 267,732 2,974,813
Futures 265,339 2,940,755
SET50 Index 147,355 298,854
Sector Index - -
Single Stock 106,060 2,566,472
Precious Metal 9,564 53,252
- GF10 9,134 49,137
- GF50 430 4,115
Deferred Precious Metal 11 364
- GOLD-D 11 364
Currency 2,057 21,599
Interest Rate - -
Agriculture 292 214
Options 2,393 34,058
SET50 Index (Call) 1,425 16,615
SET50 Index (Put) 968 17,443
Put/Call 0.68 1.05
* Day Session: สถานะคงค้าง ณ Night Session ของวันก่อนหน้า
   Night Session: สถานะคงค้าง ณ Afternoon Session ของวันปัจจุบัน
SET50 Index Futures
S50V18 1,107.00 -3.20
S50X18 1,106.70 -7.30
S50Z18 1,107.80 -3.20
S50H19 1,105.50 -3.30
S50M19 1,102.10 -3.10
S50U19 1,099.20 -3.00
สถานะคงค้างณ วันที่ 298,854
ปริมาณ (สัญญา) 147,355
สรุปมูลค่าการซื้อขายสิ้นวัน
All Futures
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 143,672 132,722 +10,950
ต่างชาติ 40,631 37,836 +2,795
ในประเทศ 177,963 191,708 -13,745
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
SET50 Index
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 27,463 24,826 +2,637
ต่างชาติ 30,004 28,169 +1,835
ในประเทศ 67,105 71,577 -4,472
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Sector Index
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Single Stock
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 106,616 97,384 +9,232
ต่างชาติ 9,435 6,175 +3,260
ในประเทศ 97,603 110,095 -12,492
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Precious Metal
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 7,842 8,490 -648
ต่างชาติ 1,165 3,465 -2,300
ในประเทศ 11,235 8,287 +2,948
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Deferred Precious Metal
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 7 20 -13
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 25 12 +13
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Currency
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 1,322 1,580 -258
ต่างชาติ 27 27 -
ในประเทศ 1,995 1,737 +258
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Interest Rate
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Agriculture
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 422 422 -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Call
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 194 66 +128
ต่างชาติ 1 - +1
ในประเทศ 1,657 1,786 -129
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Put
ณ วันที่ 17/10/61 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 167 122 +45
ต่างชาติ 1 6 -5
ในประเทศ 1,211 1,251 -40
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2549 ข้อมูลภายในเว็บไซต์ www.biztempnews.com

Register

User Registration