อุณหภูมิเศรษฐกิจ

Economics

A+ A A-

คาดธุรกิจที่อยู่อาศัยปีนี้ หดตัว

Rate this item
(0 votes)

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์(EIC)คาดการณ์ ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2019 มีแนวโน้มหดตัว จากปัจจัยฉุดรั้งสำคัญ คือ การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยผ่านการกำหนดระดับ Loan-to-Value (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท) ที่เข้มงวดต่อการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น 

อีไอซีคาดการณ์ว่า ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศปี 2019 อาจปรับลดลงประมาณ 10% เทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 7.แสนล้านบาท (หลังจากที่ปีก่อนขยายตัวสูงกว่า 26%YOY) โดยตลาดหลักยังคงเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑลประมาณ 5.แสนล้านบาท ขณะที่หน่วยขายได้ (Presale) ของที่อยู่อาศัยที่เปิดขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2019 คาดว่าจะหดตัวประมาณ 14% เทียบกับปีก่อนหน้า โดยคอนโดมิเนียมมีโอกาสลดลงมากที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากมาตรการ LTV(Loan-to-Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท)  และกำลังซื้อของต่างชาติที่อ่อนแอลง ขณะที่ ผู้ประกอบการอาจชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ (หดตัวประมาณ 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเนื่องจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ผนวกกับภาวะอุปทานส่วนเกินที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม

มาตรการการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมาตรการที่เข้มงวดส่งผลกระทบทางลบต่ออุปสงค์ที่อยู่อาศัยให้ลดลง ซึ่งผลกระทบแตกต่างกันไปตามประเภทที่อยู่อาศัยและระดับราคา

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2018 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ประกาศหลักเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) ปรับลดเพดาน Loan-to-Value (LTV) สำหรับสัญญากู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทตั้งแต่สัญญาที่ 2 ขึ้นไปและที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป  (2) วงเงินสินเชื่อที่ใช้พิจารณาประกอบด้วยสินเชื่อบ้านที่นับรวมสินเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยไม่นับรวมสินเชื่อสำหรับชำระค่าเบี้ยประกันวินาศภัยและเบี้ยประกันชีวิตผู้กู้ (MRTA) และสินเชื่อเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจ และ (3) หลักเกณฑ์จะมีผลบังคับใช้กับสัญญาสินเชื่อใหม่และ Refinance ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2019 ยกเว้นผู้กู้ที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2018

เกณฑ์ LTV ที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลกระทบหลักๆ 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ (1) กำลังซื้อหรือความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคลดลง ทั้งผู้บริโภคที่ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการอยู่จริง (Real Demand) และนักลงทุนที่ทำการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุน/เก็งกำไร โดยกำลังซื้อที่ลดลงมาจากภาระจ่ายเงินดาวน์ที่มากขึ้นอันเกิดจากการปรับลดเพดาน LTV ทั้งนี้หากผู้ประกอบการไม่มีการปรับเพิ่มระยะเวลาผ่อนเงินดาวน์ของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย มีโอกาสที่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบจะมีภาระเงินดาวน์ต่อเดือนที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าผู้ซื้อคอนโดมิเนียม เนื่องจากการผ่อนดาวน์ของที่อยู่อาศัยแนวราบมีระยะเวลาที่สั้นกว่าคอนโดมิเนียม  แต่หากผู้ประกอบการมีการปรับเพิ่มระยะเวลาดาวน์ของที่อยู่อาศัยแนวราบ ก็อาจช่วยลดทอนการเพิ่มขึ้นของภาระเงินดาวน์ต่อเดือนลงได้

และ (2) ความเต็มใจจะซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มนักลงทุน/เก็งกำไร ทั้งไทยและเทศมีแนวโน้มที่จะลดลง เนื่องจากมาตรการ LTV มีผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มชะลอลง ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในอนาคตมีโอกาสชะลอตัวลง และลดทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งกระทบต่อความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมซึ่งเป็นประเภทที่อยู่อาศัยที่นิยมซื้อเพื่อการลงทุน/เก็งกำไรของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ทั้งนี้ราคาคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาขยายตัวเฉลี่ย 6% ต่อปี (อ้างอิงจากข้อมูลดัชนีราคาที่อยู่อาศัยจากฐานข้อมูลสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจัดทำโดยธปท.)

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางลบต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2019 อาจถูกลดทอนลงจากทั้งการเร่งซื้อที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จพร้อมโอนก่อนมาตรการ LTV จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2019 รวมถึงที่อยู่อาศัยที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2018 สามารถใช้เกณฑ์ LTV เดิมได้ ซึ่งหากพิจารณาจากข้อมูลในอดีต ประมาณ 30-40% ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งหมดในปีหนึ่งๆ จะมาจากยอด Presale ของที่อยู่อาศัยในช่วงปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม

          นอกเหนือจากกรอบการพิจาณาผลกระทบของมาตรการ LTV ที่กล่าวมาข้างต้น อีไอซีขอสรุปประเด็นผลกระทบเพิ่มเติมอีก 4 ประเด็น ดังนี้

(1) กลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการ LTV ที่เข้มงวดมากกว่าผู้มีรายได้สูง ส่วนหนึ่งมาจากการสะสมความมั่งคั่งที่ต่ำกว่า ทำให้อ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆ ที่จะกระทบต่อกำลังซื้อได้ง่าย และอาจนำไปสู่อัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อาจมีมากขึ้นในระยะข้างหน้า

(2) มีโอกาสที่ผู้ซื้อจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยไปสู่ที่อยู่อาศัยที่ราคาต่อหน่วยลดลง เพื่อให้สอดรับไปกับกำลังซื้อที่ถูกลดทอนลงจากมาตรการ LTV เช่น อาจซื้อบ้านเดี่ยวที่พื้นที่ใช้สอยลดลง/ราคาต่ำลงในโลเคชั่นใกล้เคียง หรือ อาจเลือกซื้อบ้านแฝดหรือทาวน์เฮาส์เพื่อทดแทนบ้านเดี่ยวที่อยู่ในโลเคชั่นเดิม เป็นต้น

(3) หน่วยขายใหม่ (Presale) ของที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบมากที่สุด จากทั้งกลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุน/เก็งกำไรมีแนวโน้มชะลอตัวลง (ซึ่งอาจมีสัดส่วนประมาณ 10-20% ของคอนโดมิเนียมที่ขายได้ในช่วงปีที่ผ่านมา) และกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงที่กำลังซื้อถูกบั่นทอนลงจากมาตรการ LTV ซึ่งจากข้อมูลของธปท. จะพบว่าสัดส่วนของคอนโดมิเนียมที่เป็นสัญญาที่สองขึ้นไปมีสูงถึงกว่า 30% ของบัญชีสินเชื่อเพื่อคอนโดมิเนียมปล่อยใหม่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2017-ไตรมาส 2 ปี 2018 

(4) กลุ่มบ้านเดี่ยวมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มทาวน์เฮาส์ เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันของผู้บริโภค โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มักเริ่มจากการซื้อคอนโดมิเนียม/ทาวน์เฮาส์เป็นหลังแรกก่อน อันเป็นผลจากข้อจำกัดด้านราคาของบ้านเดี่ยวในปัจจุบันที่อยู่ในระดับราคาต่อหน่วยค่อนข้างสูง และมักซื้อบ้านเดี่ยวเป็นหลังถัดมาเพื่ออัพเกรดบ้าน ทำให้มีโอกาสที่สัดส่วนของสัญญาที่สองขึ้นไปของกลุ่มบ้านเดี่ยวอาจมีมากกว่าทาวน์เฮาส์ ส่งผลให้ผลกระทบต่อกำลังซื้อจากเกณฑ์ LTV ที่ลดลงของกลุ่มบ้านเดี่ยวมีโอกาสมากกว่าทาวน์เฮาส์

ถึงแม้ว่า การเข้มงวดที่มากขึ้นของทางการอาจส่งผลกระทบแง่ลบต่อตลาดที่อยู่อาศัยในระยะสั้นให้หดตัวลง แต่อีไอซีเชื่อว่า ในระยะข้างหน้ามาตรการ LTV ดังกล่าวจะช่วยคัดกรองผู้ซื้อที่อยู่อาศัยให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยผู้บริโภคกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยอย่างแท้จริงจะทำการปรับตัว และกลับเข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในระยะข้างหน้าอีกครั้ง (แม้บางส่วนอาจหันมาซื้อที่อยู่อาศัยในราคาต่อหน่วยที่ต่ำลง) ขณะที่ กลุ่มที่ซื้อเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไรจะมีต้นทุนในการเข้ามาลงทุนและจะระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น

ต้นทุนดอกเบี้ยซื้อบ้านต้นทุนดอกเบี้ยที่อาจทยอยเพิ่มขึ้น และมาพร้อมกับมาตรการ LTV ที่เข้มงวดมากขึ้น เพิ่มโอกาสให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มสูงตามไปด้วย

นับตั้งแต่ปลายปี 2018 อัตราดอกเบี้ยนโยบายกำลังเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น โดย ธปท. ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาแล้ว 25bps จากที่ไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาตั้งแต่กลางปี 2015 ทั้งนี้อีไอซีคาดการณ์ว่า ดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสปรับขึ้นต่ออีกประมาณ 25bps ในปี 2019 ส่งผลให้โอกาสที่ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการซื้อที่อยู่อาศัยมีโอกาสปรับขึ้นตาม ทำให้ต้นทุนการซื้อบ้านของผู้บริโภคมีโอกาสทยอยปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้กู้รายใหม่ นอกจากนี้ แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวที่มาพร้อมกับมาตรการ LTV ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยที่รายได้ของผู้กู้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก อาจทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า ฉุดรั้งความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของภาคครัวเรือน

อุปสงค์สำหรับคอนโดมิเนียมจากชาวจีนในปี 2019 อาจชะลอตัวลงหลังจากที่ขยายกว่า 40% ต่อปีในช่วงปี 2015-2017 จากความอ่อนแอลงของเศรษฐกิจและการเงินในประเทศจีน

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมได้รับปัจจัยบวกจากกำลังซื้อของชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีน จากข้อมูลของ ธปท.พบว่า ในปี 2015-2017 มูลค่าเงินโอนของชาวจีนเพื่อซื้อคอนโดมิเนียมขยายตัวเฉลี่ยถึง 44% ต่อปี และผลักดันให้การขยายตัวของมูลค่าเงินโอนของชาวต่างชาติเพื่อซื้อคอนโดมิเนียมในช่วงปี 2015-2017 ขยายตัวเฉลี่ย 13% ต่อปี เร่งตัวขึ้นจากเฉลี่ย 0.3% ต่อปีในช่วงปี 2009-2014 การเร่งตัวดังกล่าวส่งผลให้ต่างชาติมีสัดส่วนถึง 27% ของมูลค่าการโอนคอนโดมิเนียมในปี 2017 และ ธปท. ยังรายงานว่า มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ของต่างชาติจะเพิ่มต่อเนื่องเป็น 31% ใน 9 เดือนแรกของปี 2018 ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในปี 2019 อีไอซีประเมินว่า อุปสงค์สำหรับคอนโดมิเนียมของชาวจีนในระยะข้างหน้าอาจชะลอตัวลง รวมถึงความเสี่ยงที่ชาวจีนจะทิ้งเงินดาวน์อาจมีมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยลบสำคัญ ได้แก่ (1) เศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดย IMF คาดว่าในปี 2019 จะขยายตัวเพียง 6.2% จากที่ขยายตัวเฉลี่ยเกือบ 7% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลจากมาตรการปฏิรูปเศรฐกิจและสงครามการค้า (2) นักท่องเที่ยวจีนที่มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง ทำให้ผู้ซื้อชาวจีนที่ต้องการปล่อยเช่าแก่นักท่องเที่ยวยังคงระมัดระวังการเข้ามาซื้อเพิ่มเติม (3) การคุมเข้มที่มีมากขึ้นของทางการจีนเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกมาลงทุนในต่างประเทศ และ (4) แนวโน้มค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท โดยในเดือนมกราคม 2019 เงินหยวนอ่อนค่าลงไปจากสิ้นปี 2016 ถึงกว่า 10% ทำให้ชาวจีนมีต้นทุนการซื้อคอนโดมิเนียมที่แพงขึ้น นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวจีนต่อตลาดคอนโดมิเนียมของไทยอาจถูกสั่นคลอนเพิ่มขึ้นจากการชะลอตัวลงของราคาคาดหวังในอนาคตของคอนโดมิเนียม ส่วนหนึ่งมาจากอุปสงค์โดยรวมของคอนโดมิเนียมที่ถูกกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงของชาวไทย

 

ทรงเกียรติ ชาติวัฒนานนท์

สื่อมวลชนและนักจัดรายการวิทยุด้านเศรษฐกิจที่คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงข่าวเศรษฐกิจ เป็นเวลานาน จะมารายงานและวิเคราะห์สถานะการณ์ทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านทางเว็บไซต์และรายการวิทยุ "อุณหภูมิเศรษฐกิจ" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-9.00 น. สถานีวิทยุ FM102

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated.Basic HTML code is allowed.

Thailand Stock Index

ข้อมูลล่าช้า 15 นาที 19/09/2562 เวลา 22:28:07
  ปริมาณ (สัญญา) สถานะคงค้าง*
รวมทั้งตลาด 12,901 3,380,303
Futures 12,901 3,279,556
SET50 Index - 349,473
Sector Index - -
Single Stock - 2,829,928
Precious Metal 12,900 69,034
- GF10 3,400 33,673
- GF50 46 2,207
- Gold Online 9,454 33,154
Deferred Precious Metal 1 3
- GOLD-D 1 3
Currency - 31,038
Interest Rate - -
Agriculture - 80
Options - 100,747
SET50 Index (Call) - 56,385
SET50 Index (Put) - 44,362
Put/Call - 0.79
* Day Session: สถานะคงค้าง ณ Night Session ของวันก่อนหน้า
   Night Session: สถานะคงค้าง ณ Afternoon Session ของวันปัจจุบัน
SET50 Index Futures
สถานะคงค้างณ วันที่ -
ปริมาณ (สัญญา) -
สรุปมูลค่าการซื้อขายสิ้นวัน
All Futures
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 210,489 215,537 -5,048
ต่างชาติ 61,953 64,858 -2,905
ในประเทศ 296,760 288,807 +7,953
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
SET50 Index
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 41,355 44,183 -2,828
ต่างชาติ 50,485 52,682 -2,197
ในประเทศ 112,548 107,523 +5,025
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Sector Index
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Single Stock
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 158,868 160,444 -1,576
ต่างชาติ 6,405 5,062 +1,343
ในประเทศ 163,278 163,045 +233
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Precious Metal
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 9,478 10,113 -635
ต่างชาติ 5,063 7,114 -2,051
ในประเทศ 19,861 17,175 +2,686
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Deferred Precious Metal
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 15 16 -1
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 8 7 +1
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Currency
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 415 423 -8
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 1,065 1,057 +8
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Interest Rate
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Agriculture
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 358 358 -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Call
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 848 360 +488
ต่างชาติ 3 567 -564
ในประเทศ 5,242 5,166 +76
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Put
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 742 771 -29
ต่างชาติ - 8 -8
ในประเทศ 5,037 5,000 +37
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ

ข้อมูลล่าช้า 15 นาที 19/09/2562 เวลา 22:28:07
  ปริมาณ (สัญญา) สถานะคงค้าง*
รวมทั้งตลาด 12,901 3,380,303
Futures 12,901 3,279,556
SET50 Index - 349,473
Sector Index - -
Single Stock - 2,829,928
Precious Metal 12,900 69,034
- GF10 3,400 33,673
- GF50 46 2,207
- Gold Online 9,454 33,154
Deferred Precious Metal 1 3
- GOLD-D 1 3
Currency - 31,038
Interest Rate - -
Agriculture - 80
Options - 100,747
SET50 Index (Call) - 56,385
SET50 Index (Put) - 44,362
Put/Call - 0.79
* Day Session: สถานะคงค้าง ณ Night Session ของวันก่อนหน้า
   Night Session: สถานะคงค้าง ณ Afternoon Session ของวันปัจจุบัน
SET50 Index Futures
สถานะคงค้างณ วันที่ -
ปริมาณ (สัญญา) -
สรุปมูลค่าการซื้อขายสิ้นวัน
All Futures
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 210,489 215,537 -5,048
ต่างชาติ 61,953 64,858 -2,905
ในประเทศ 296,760 288,807 +7,953
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
SET50 Index
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 41,355 44,183 -2,828
ต่างชาติ 50,485 52,682 -2,197
ในประเทศ 112,548 107,523 +5,025
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Sector Index
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Single Stock
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 158,868 160,444 -1,576
ต่างชาติ 6,405 5,062 +1,343
ในประเทศ 163,278 163,045 +233
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Precious Metal
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 9,478 10,113 -635
ต่างชาติ 5,063 7,114 -2,051
ในประเทศ 19,861 17,175 +2,686
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Deferred Precious Metal
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 15 16 -1
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 8 7 +1
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Currency
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 415 423 -8
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ 1,065 1,057 +8
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Interest Rate
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน - - -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Agriculture
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 358 358 -
ต่างชาติ - - -
ในประเทศ - - -
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Call
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 848 360 +488
ต่างชาติ 3 567 -564
ในประเทศ 5,242 5,166 +76
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ
Options Put
ณ วันที่ 19/09/62 หน่วย: จำนวนสัญญา
นักลงทุน ซื้อ ขาย สุทธิ
สถาบัน 742 771 -29
ต่างชาติ - 8 -8
ในประเทศ 5,037 5,000 +37
- ข้อมูล ณ เวลา 18.10 น. เป็นข้อมูลเบื้องต้น
- ข้อมูล ณ เวลา 20.30 น. เป็นข้อมูลทางการ

 

© สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2549 ข้อมูลภายในเว็บไซต์ www.biztempnews.com

Register

User Registration